เมตตา เสียสละ รับผิดชอบ
Menu
Open menu
Open menu

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 28 กันยายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 28 กันยายน 2563

          สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ (ปากีสถาน 1 ราย, ซูดานใต้ 16 ราย, ฟิลิปปินส์ 1 ราย, อินเดีย 4 ราย) ทุกรายเข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้, สถานกักตัวที่รัฐกำหนด) มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 2 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,369 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.04 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 117 ราย หรือร้อยละ 3.3 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,545 ราย

          สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจาก

          ปากีสถาน 1 ราย เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 13 ปี อาชีพนักเรียน เดินทางมากับครอบครัวเดินทางถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้(State Quarantine) ที่จังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 26 กันยายน 2563 (วันที่ 13 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี ก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 2 ราย ทุกรายได้เข้าสู่ระบบกักกันและส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาล

           ซูดานใต้ 16 ราย ทุกรายเป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุระหว่าง 27 - 54 ปี อาชีพรับราชการทหาร (ปฏิบัติภารกิจทางทหาร) เดินทางถึงประเทศไทยโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่จังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรกวันที่ 26 กันยายน 2563 (วันที่ 4 ของการกักตัว) ทุกรายไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทหารที่กรุงเทพมหานคร

          ฟิลิปปินส์ 1 ราย เป็นชาย สัญชาติไทย อายุ 24 ปี อาชีพรับราชการทหาร (ไปศึกษาวิชาทหาร) เดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 23 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่จังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรกวันที่ 26 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี

          อินเดีย 4 ราย ทุกรายมีสัญชาติอินเดีย

          3 ราย เดินทางมาเที่ยวบินเดียวกันถึงประเทศไทยวันที่ 23 กันยายน 2563 เป็นเพศหญิง อายุ 35 และ 7 ปี เป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน (มารดาและบุตร มาพร้อมบิดามาทำงาน) และเพศชาย อายุ 38 ปี เป็นกรรมการบริษัท มีใบอนุญาตทำงาน ทุกรายเข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรกวันที่ 26 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร

          1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 30 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 25 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine)  พบเชื้อจากตรวจครั้งแรก วันที่ 25 กันยายน 2563 (วันแรกของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร

**การกักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) ผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัว ส่วนค่ารักษาพยาบาลเก็บจากประกันโควิด 19

          นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกรายงานวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 251,915 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 33,304,666 ราย  มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,002,389 ราย ส่วนในภูมิภาคเอเชีย ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รายงานวันนี้สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อินเดีย 82,767 ราย  อินโดนีเซีย 3,874 ราย, ฟิลิปปินส์ 2,995 ราย, บังคลาเทศ 1,275 ราย และเมียนมา 743 ราย

          สำหรับประเทศไทยได้เพิ่มความเข้มข้นตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่แนวชายแดน โดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วนทั้ง ฝ่ายความมั่นคง ปกครอง สาธารณสุข ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ร่วมกันเฝ้าระวังแรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดน และในจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าสู่ระบบการคัดกรอง ควบคุมโรคตามมาตรการที่กำหนด จึงอาจนำเชื้อมาแพร่ให้กับคนในชุมชนได้ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ไม่สนับสนุนการจ้างงานแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมายเข้าทำงาน

          ในขณะที่สถานการณ์ของประเทศไทยยังมีความเสี่ยงอยู่ เครื่องมือในการป้องกันโรคที่ดีที่สุด (เปรียบเสมือนวัคซีน) และมีราคาถูกคือการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เนื่องจากเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย หากทำร่วมกับการล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่น เลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และเลี่ยงการนำมือสัมผัสบริเวณใบหน้า ตา จมูกปาก  และเมื่อเข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ ให้ลงทะเบียนเข้า-ออกผ่าน “ไทยชนะ” ทุกครั้ง เพราะหากพบผู้ติดเชื้อจะง่ายต่อการติดตามผู้สัมผัสมาตรวจและเฝ้าระวังโรคต่อไป หากทุกคนช่วยกันจะทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดครั้งใหม่

 **************************  28 กันยายน 2563


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 378 view
 วันที่ประกาศข่าว : 28 กันยายน 2563 เวลา 15:22 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 27 กันยายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 27 กันยายน 2563

     สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ (สหรัฐอเมริกา 1 ราย) เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 5 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,367 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.57 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 97 ราย หรือร้อยละ 2.75 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,523 ราย

     สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 24 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) จ.ชลบุรี ตรวจครั้งแรกวันที่ 25 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี

      นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลก รายงานวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 294,650 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 33,053,144 ราย โดยประเทศที่มีการติดเชื้อสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ยังคงเป็น สหรัฐอเมริกา 7,287,561 ราย อินเดีย 5,990,581 ราย และบราซิล 4,718,115 ราย จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มระบาดต่อเนื่อง 

      สำหรับในแถบเอเชีย ประเทศเมียนมาซึ่งเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยทางตะวันตก ยังคงมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลวันที่ 26 กันยายน 2563 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวน 880 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 9,991 ราย ซึ่งรัฐบาลเมียนมาได้ประกาศให้ประชาชนในเมืองอย่างน้อย 11 รัฐและภูมิภาค เข้าสู่มาตรการ “อยู่บ้าน” หรืองดออกจากบ้านหากไม่มีกิจจำเป็น เพื่อลดอัตราการติดเชื้อโควิด 19 ซึ่งพรมแดนของประเทศไทยที่ติดกับประเทศเมียนมานั้น มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศและมีเครือข่ายหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานด้านความมั่นคง ป้องกันแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย หากสงสัยขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และขอความร่วมมือร้านจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน หากสังเกตพบจำนวนแรงงานต่างด้าวไม่สบายมาซื้อยาแก้ไข้หวัดรักษาตนเองในจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ขอให้สอบถามข้อมูลและแจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังการแพร่เชื้อโควิด 19 ในชุมชน

         ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง เน้นย้ำสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าอย่างถูกวิธี ตลอดเวลาที่อยู่ในที่สาธารณะ เลี่ยงการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ สถานที่แออัด ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่นเท่าที่ทำได้ และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการผ่าน “ไทยชนะ” ทุกครั้ง หากป่วยขอให้อยู่บ้านและรักษาตัวให้หายป้องกันการนำเชื้อแพร่สู่ผู้อื่น เพื่อความปลอดภัยของตนเอง คนในครอบครัว ชุมชน สังคม

**************************  27 กันยายน 2563

***********************


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 695 view
 วันที่ประกาศข่าว : 27 กันยายน 2563 เวลา 14:24 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 25 กันยายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 25 กันยายน 2563

          สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ (ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากสหรัฐเอมริกา 1 ราย  และผู้ติดเชื้อรายเก่าจากสิงคโปร์ และคูเวต ประเทศละ 1 ราย) ทุกรายเข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 7 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,360 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.48 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 100 ราย หรือร้อยละ 2.84 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,519 ราย

          สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจาก

          สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นหญิง อายุ 39 ปี สัญชาติไทย อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 19 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่จังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก วันที่ 23 กันยายน 2563 (วันที่ 4 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี

          สิงคโปร์ 1 ราย เป็นชาย อายุ 42 ปี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 18 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่จังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก วันที่ 21 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี มีประวัติเคยติดเชื้อโควิด 19 ขณะอยู่ที่สิงคโปร์ แต่มีเอกสารจากสิงคโปร์ระบุว่าพ้นระยะแพร่เชื้อแล้ว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563

          คูเวต 1 ราย เป็นชาย อายุ 58 ปี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 22 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่จังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรกวันที่ 22 กันยายน 2563 (วันแรกของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี มีประวัติเคยติดเชื้อโควิด จากคูเวต พักรักษาตัวอยู่ที่รพ.และแคมป์คนงาน ก่อนเดินทางกลับไทย

          นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกรายงานวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 314,855 ราย  ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 32,408,504 ราย  โดย ประเทศที่มีการติดเชื้อสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 7,185,471 ราย อินเดีย 5,816,103 ราย  บราซิล 4,659,909 ราย

          สำหรับการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคตามพื้นที่แนวชายแดน รัฐบาลไทยได้ให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันโรคในพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มข้น รวมถึงในจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม เฝ้าระวัง ป้องกัน แรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้เข้าสู่ระบบการคัดกรอง ควบคุมโรคตามมาตรการอาจนำเชื้อมาแพร่ให้กับคนในชุมชนได้ จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ไม่สนับสนุนการจ้างงานแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมายเข้าทำงาน โดยไม่ผ่านมาตรการเฝ้าระวังโรค อาจจะเป็นเหตุให้เกิดการแพร่เชื้อได้

          อีกหนึ่งประเด็นน็นที่น่าสนใจนที่น่าสนใจ กรณีพบการแพร่ระบาดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีสาเหตุจากการปาร์ตี้ของนักศึกษา ทำให้นักศึกษา 2,500 คน ต้องอยู่ภายใต้มาตรการกักกันโรค และทางการท้องถิ่นได้ออกคำสั่งปิดสถานบันเทิงทุกแห่งในแคว้นโวด์และบังคับสวมหน้ากากในทุกสถานที่สาธารณะ ซึ่งประเทศไทยเพิ่งเกิดการรวมกลุ่มชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน ที่ผ่านมา ถือว่ามีความเสี่ยงที่อาจเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้ โดยสัดส่วนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศไทยตั้งแต่เริ่มมีรายงานโควิด 19 พบว่ากลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน ช่วงอายุ 20-39 ปี มีการติดเชื้อรวมกันมากกว่าร้อยละ 50 และส่วนมากเป็นผู้ที่ไม่แสดงอาการ กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใย ขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมในวันดังกล่าวเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเองจนครบ 14 วัน หากมีอาการ ไข้ ไอเจ็บคอ น้ำมูก การรับรส/ กลิ่นลดลง อย่าปล่อยไว้ให้รีบไปรับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากกลุ่มนี้หากป่วยจะมีอาการรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้

         และขอให้ผู้ที่จัดการประชุม สัมมนา หรือจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคน ให้เข้มงวดมาตรการ โดยทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดสถานที่เว้นระยะห่าง จัดจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ส่วนผู้ร่วมงาน ขอให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงการตะโกนเนื่องจากอาจเกิดฝอยละอองน้ำลาย น้ำมูกกระจายและสัมผัสสู่ผู้อื่นได้ และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการผ่าน “ไทยชนะ” ทุกครั้ง เพราะหากพบผู้ติดเชื้อจะง่ายต่อการติดตามผู้สัมผัสมาตรวจและเฝ้าระวังโรคต่อไป ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตนเอง สมาชิกในครอบครัว คนรอบข้าง ชุมชน สังคม และคนในประเทศไทย

 ****************************************  25 กันยายน 2563

***********************************


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 576 view
 วันที่ประกาศข่าว : 25 กันยายน 2563 เวลา 15:33 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 26 กันยายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 26 กันยายน 2563

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ (ลักเซมเบิร์ก 1 ราย, ตุรกี 1 ราย, แอลเบเนีย 1 ราย) ทุกรายเข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 2 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,362 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.46 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 101 ราย หรือร้อยละ 2.87 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,522 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจาก

ลักเซมเบิร์ก 1 ราย เป็นชาย อายุ 49 ปี  สัญชาติเยอรมัน อาชีพลูกเรือเครื่องบินขนส่งสินค้า เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 20 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) ที่จังหวัดสมุทรปราการ​ ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 24 กันยายน 2563 (วันที่ 4 ของการกักตัว) ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกภายหลังผู้กักตัวเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 24 กันยายน 2563

ตุรกี 1 ราย เป็นชาย อายุ 51 ปี สัญชาติตุรกี อาชีพลูกเรือ เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 21 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) ที่จังหวัดสมุทรปราการ​ ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 24 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) ผลพบเชื้อ โดยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกภายหลังผู้กักตัวเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 24 กันยายน 2563

*​*​ผู้เดินทาง​จาก ลักเซมเบิร์ก​ และตุรกี เป็นลูกเรือเที่ยวบินขนส่งสินค้า ซึ่งขณะถูกกักตัวไม่มีการออกนอกสถานที่ที่รัฐกำหนด และไม่ได้เดินทางไปสถานที่อื่นก่อนขึ้นเครื่องบินกลับไปประเทศต้นทาง

แอลเบเนีย 1 ราย เป็นชาย อายุ 51 ปี สัญชาติแอลเบเนีย อาชีพครู เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 21 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) ที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก 24 กันยายน 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพมหานคร โดยค่ารักษาพยาบาลคิดจากประกันโควิดที่ทำไว้ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกรายขณะนี้ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อวันประมาณ 300,000 ราย และยังพบหลายประเทศเกิดการระบาดในระลอกที่ 2 ซึ่งสาเหตุหลักของการแพร่ระบาดมาจากการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และพฤติกรรมเสี่ยง สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ดูเหมือนว่าดีขึ้นไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อ หากคนในประเทศประมาท มีการรวมกลุ่มชุมนุมคนจำนวนมาก ปาร์ตี้สังสรรค์ หรือละเลยสุขลักษณะส่วนบุคคล ละเลยการป้องกันตนเอง อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศได้อีก เนื่องจากอาจมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการปะปนอยู่ในชุมชน สังคม และนำเชื้อไปแพร่ให้กับผู้อื่นได้

กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใยสุขภาพของคนในประเทศทุกคน ขอให้นำกรณีที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศมาเป็นบทเรียน อย่าประมาท การป้องกันตนเองจากโควิด 19 ตามมาตรการที่ได้แนะนำไว้ สำคัญที่สุดคือการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลาที่อยู่ในที่สาธารณะ เลี่ยงการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ สถานที่แออัด ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่นเท่าที่ทำได้ และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการผ่าน “ไทยชนะ” ทุกครั้ง หากป่วยขอให้อยู่บ้านและรักษาตัวให้หายป้องกันการนำเชื้อแพร่สู่ผู้อื่น เพื่อความปลอดภัยของตนเอง คนในครอบครัว ชุมชน สังคม รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศระลอกที่ 2

  ************************** 26 กันยายน 2563


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 368 view
 วันที่ประกาศข่าว : 26 กันยายน 2563 เวลา 15:04 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 24 กันยายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 24 กันยายน 2563

              สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย เป็นผู้เดินทางจากสหรัฐเอมริกา ทุกรายเข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 8 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,353 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.36 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 104 ราย หรือร้อยละ 2.96 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,516 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจาก

สหรัฐอเมริกา 2 ราย 

  • รายที่ 1 เป็นชาย อายุ 38 ปี สัญชาติไทย อาชีพธุรกิจส่วนตัว เดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 10 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 23 กันยายน 2563 (วันที่ 13 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร
  • รายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 54 ปี สัญชาติไทย อาชีพครูสอนภาษาอังกฤษ เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 17 กันยายน 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่กรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรกวันที่ 21 กันยายน 2563 (วันที่ 4 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ

              นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคโควิด 19 ทั่วโลกขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 32 ล้านราย  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล รัสเซีย โคลัมเบีย สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 135 ของโลก

             ผู้ติดเชื้อรายใหม่ของประเทศไทยขณะนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังป้องกันในกลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศ ทั้งทางด่านพรมแดนและท่าอากาศยานตามมาตรการอย่างเข้มงวด สำหรับด่านพรมแดนได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่อาจนำเชื้อเข้ามาในประเทศไทย โดยหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารรณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) และร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันโรคในพื้นที่ชายแดน และในจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากแรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายจะไม่ได้เข้าสู่ระบบการคัดกรอง เฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคตามมาตรการอาจนำเชื้อมาแพร่ให้กับคนในชุมชนได้ ขอให้ช่วยกันสังเกตอาการป่วยของตนเอง และคนรอบข้างอยู่เสมอ หากมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก การรับรสและกลิ่นลดลง ภายหลังจากไปในสถานที่ชุมชน หรือสถานที่ที่มีความแออัด ขอให้ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

           กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือทุกคนให้เคร่งครัดในมาตรการป้องกันตนเอง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง อย่าประมาท เพราะเมื่อติดเชื้อมักจะไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการน้อย อาจเกิดการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว ขอให้ใส่หน้ากากอนามัย/ หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และทุกครั้งที่อยู่ในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง เลี่ยงสถานที่แออัด ลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ที่ใช้บริการในแพลตฟอร์มไทยชนะทุกครั้ง เพราะเมื่อพบผู้ติดเชื้อจะสามารถใช้ข้อมูลติดตามผู้สัมผัส เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจวินิจฉัย และป้องกันควบคุมโรคต่อไป 

  *************************  24 กันยายน 2563


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 12 view
 วันที่ประกาศข่าว : 24 กันยายน 2563 เวลา 14:24 น.