เมตตา เสียสละ รับผิดชอบ
Menu
Open menu
Open menu

 

 

สธ.เผยความคืบหน้าการค้นหาผู้ติดเชื้อกรณี จ.สมุทรสาคร


          กระทรวงสาธารณสุข เผยการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกที่จังหวัดสมุทรสาคร ยอดสะสม 821 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ เร่งคัดกรองเพิ่ม เป้าหมายไม่ต่ำกว่า 10,300 ราย ระบบเฝ้าระวังเชิงรุกกำลังทำงานอย่างเข้มแข็งทุกพื้นที่  ทำให้ตรวจจับได้เร็ว ย้ำประชาชนสวมหน้ากาก 100 เปอร์เซ็นต์ ล้างมือ รักษาระยะห่าง ไม่เข้าสถานที่แออัด ผู้ที่มีประวัติไปตลาดกลางกุ้งขอคำแนะนำได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

          วันนี้ (21 ธันวาคม 2563) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี  นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) และนายแพทย์วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 และการติดเชื้อโรคโควิด 19 จ.สมุทรสาคร 

          นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่ จำนวน 382 ราย เป็นการติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าวจากการตรวจคัดกรองเชิงรุก 360 ราย ผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 14 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน 8 ราย รักษาหายเพิ่มขึ้น 12 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 5,289 ราย รักษาหายรวม 4,053 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,176 ราย เสียชีวิตรวม 60 ราย

          ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศและเข้ากักกัน 8 ราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 3 ราย สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยูเครน คูเวต และซูดาน ประเทศละ 1 ราย ทั้งหมดเข้ารับการรักษา ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ มีเพียง 1 รายติดเชื้อมีอาการไข้ ผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 14 ราย ในจำนวนนี้ 12 ราย มีประวัติเชื่อมโยงกับตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร แบ่งเป็นชายไทย 5 ราย หญิงไทย 6 ราย และชายลาว 1 ราย ตรวจหาเชื้อช่วงวันที่ 18-19 ธ.ค. ผลพบเชื้อมีอาการ 8 ราย ได้แก่ เจ็บคอ ไอ น้ำมูก ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และไข้ ไม่มีอาการ 4 ราย ส่วนอีก  2 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 29 ปี ช่างเสริมสวยที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจหาเชื้อวันที่ 18 ธ.ค. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ รักษารพ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และหญิงเมียนมาอายุ 42 ปี อาชีพพนักงานห้าง อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคและประวัติเสี่ยง ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารักษา รพ.แม่สอด จ.ตาก

          สำหรับการติดเชื้อในแรงงานต่างด้าว 360 ราย มากกว่าร้อยละ 90 ไม่มีอาการ และรอผลการตรวจอีก 2,600 กว่าราย นอกจากนี้ จะมีการตรวจเชิงรุกเพิ่มอีก 10,300 ราย ผลการตรวจจะทยอยออกมาเรื่อยๆ ทั้งนี้ การติดเชื้อยังคงสูงอยู่ที่บริเวณตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร อัตราติดเชื้อประมาณร้อยละ 42 วงรอบนอกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6 ส่วนการปิดหอพักเพื่อไม่ให้แรงงานเมียนมานำเชื้อออกมานั้น เนื่องจากส่วนใหญ่ติดเชื้อไม่มีอาการ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ ภาครัฐจะจัดส่งอาหารและน้ำดูแล หากมีอาการจะส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ใกล้ หอพักประมาณ 100 เตียง ส่วนผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อถือว่ามีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้ออยู่แล้ว จึงให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับประเทศสิงคโปร์

           นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับลูกค้าประจำตลาดกลางกุ้ง 1,000 กว่าราย ได้มีการติดตามทุกคน ส่วนผู้ที่เคยไปตลาดกุ้งตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ขอให้แสดงตัวและไปรับการตรวจที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน สำหรับการขนส่งสินค้าออกมาจาก จ.สมุทรสาคร ขอให้บริษัทขนส่งเข้มกระบวนการขนส่งทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องของภาชนะต่าง ๆ ต้องสะอาด เนื่องจากการติดเชื้อมีโอกาสเกิดขึ้นจากการสัมผัส  การรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ร้อน ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ทั้งนี้ ภาครัฐจะมีการตรวจสอบรถและพนักงานขับรถอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนและเตรียมหลักเกณฑ์ในการล็อกดาวน์พื้นที่ตามความเหมาะสม เน้นย้ำการสวมหน้ากาก 100 เปอร์เซ็นต์ สวมตลอดเวลาเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ และขอให้ช่วยแนะนำคนรอบข้างให้สวมหน้ากากด้วยความหวังดีและความห่วงใยในสุขภาพ

          สำหรับสถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 77,166,774 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 546,756 ราย เสียชีวิต 1,699,497 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 18,267,579 ราย อินเดีย 10,056,248 ราย  บราซิล 7,238,600 ราย รัสเซีย 2,848,377 ราย  ฝรั่งเศส 2,473,354 ราย

          ด้านนายแพทย์วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กล่าวว่า ความคืบหน้าผู้ติดเชื้อโควิด 19 จ.สมุทรสาคร ณ 21 ธันวาคม 2563 ผู้ป่วยสะสมขณะนี้อยู่ที่ 821 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่มาตรวจในโรงพยาบาลและติดตามผู้สัมผัส 33 ราย และการค้นหาในชุมชนส่งตรวจทั้งหมด 4,688 ราย ผลออกแล้ว 1,861 ราย ให้ผลบวกสะสม 788 ราย   

          จากแผนที่การระบาด และการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นค่อนข้างแน่ชัดว่าจุดตั้งต้นอยู่ที่ตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นตลาดกุ้งเลี้ยง ไม่ใช่อาหารทะเลทั้งหมด หลังจากนั้นการระบาดเป็นวงเฉพาะในกลุ่มแรงงานเมียนมา และพบบางรายในบางจังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกับแรงงานเมียนมา โดยขณะนี้ฝ่ายปกครองได้ล็อกดาวน์จุดที่พบผู้ติดเชื้อมากคือพื้นที่ตลาดกลางกุ้งและหอพัก ไม่ให้มีการเข้าออกแล้ว สมมุติฐานเรื่องสาเหตุของการระบาดในครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า น่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจากแรงงานเมียนมา เพราะจากการค้นหาตรวจเชิงรุกพบว่าการติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 90 เป็นแรงงานเมียนมา ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า น่าจะมีการเคลื่อนย้ายของแรงงานเมียนมาเข้ามาจากต่างประเทศในช่วงก่อนการระบาด และนำเข้ามาแพร่สู่ชุมชนเมียนมาที่มีอยู่เดิมแล้วในพื้นที่สมุทรสาคร อย่างไรก็ตามเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานดังกล่าว จะได้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพิ่มเติมเพื่อดูรหัสพันธุกรรมว่ามีความเชื่อมโยงกับที่ไหน หรือกรณีใดบ้างต่อไป ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในกลุ่มแรงงานเมียนมานั้นค่อนข้างชัดเจนว่าเกิดจากการอยู่กันอย่างแออัดในที่พักอาศัย และมีการติดต่อใกล้ชิดกันจากชีวิตประจำวัน โดยไม่มีมาตรการป้องกันตนเอง เช่น การสวมหน้ากาก ล้างมือ  

         นายแพทย์วิชาญกล่าวต่อว่า จากการค้นหา ขีดวง เฝ้าระวัง ค้นหากลุ่มเสี่ยงทั้งหมดโดยเร็ว โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ทั้งใน จ.สมุทรสาคร และชุมชนแรงงานต่างด้าวในจังหวัดอื่น จะทำให้พบรายงานผู้ป่วยที่มีตัวเลขเพิ่มสูงขึ้น และอาจมีข่าวพบผู้ติดเชื้อในหลายจังหวัด ซึ่งตามหลักระบาดวิทยาถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ว่าระบบเฝ้าระวังโรคของเราในทุกพื้นที่ ระบบเฝ้าระวังเชิงรุก และเจ้าหน้าที่กำลังทำงานกันอย่างเข้มแข็ง ทำให้ตรวจจับได้เร็ว ขอให้ประชาชนอย่าตระหนก แต่ให้ตระหนักในการป้องกันตนเอง มาตรการสำคัญที่จะต้องขอความร่วมมือจากประชาชน คือ สวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง ไม่เข้าสถานที่แออัด และสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการทางเดินหายใจ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้สวมหน้ากากอนามัยและไปพบแพทย์ ยกการ์ดให้สูง เพื่อไม่ให้ขยายการระบาดเป็นวงกว้าง ประชาชน จ.สมุทรสาคร และคนที่ออกมาจากจ.สมุทรสาครตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ให้สังเกตอาการตนเอง หากสงสัยให้โทรปรึกษา สายด่วนของจังหวัดหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงคือ มีประวัติไปตลาดกลางกุ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 หรือมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือเคยสัมผัสกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงและไม่สบายด้วย สามารถเดินทางไปเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ที่โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน โดยแพทย์จะประเมินความเสี่ยงและพิจารณาส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วแต่กรณี                                                                     

         “ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าเชื่อข่าวปลอม อย่าส่งต่อ ให้ติดตามข้อมูลจากทางการ และดูว่าตัวเองเป็นผู้สัมผัสกลุ่มไหน เสี่ยงสูงหรือไม่ และปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด หากเสี่ยงสูงไปรับการตรวจ เสี่ยงปานกลางปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อประเมินอาการ เสี่ยงต่ำสังเกตอาการตัวเอง 14 วัน และทุกกลุ่มต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา ยกการ์ด100% ใช้ชีวิตแบบ New normal ใส่หน้ากากตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ ใช้ช้อนตัวเอง งดอยู่ในพื้นที่แออัด ผู้ประกอบการต้องมีการคัดกรอง และบังคับสแกน ไทยชนะ ทุกคน เพื่อช่วยติดตามตัว นอกจากนี้ โรงพยาบาลต้องเป็นสถานที่สวมหน้ากาก 100 เปอร์เซนต์ ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน ขอให้เข้มมาตรการตามข้อสั่งการ การ์ดอย่าตก” นายแพทย์วิชาญกล่าว

  ********************************  21 ธันวาคม 2563

*********************************************************

อัลบั้มภาพtest


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 927 view
 วันที่ประกาศข่าว : 21 ธันวาคม 2563 เวลา 16:16 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563

        สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย ทุกรายเป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ 7 ราย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด 2 ราย และโรงพยาบาลทางเลือก 2 ราย มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 2 ราย ทำให้ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,800 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.76 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 117 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.94 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,977 ราย

สำหรับรายละเอียดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้

          ชาวไทย 7 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา 1 ราย, ลิเบีย 2 ราย, โมซัมบิก 1 ราย, อิตาลี 1 ราย, และเกาหลีใต้ 2 ราย, ทุกรายเข้ารับการกักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ไม่มีอาการ และส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลตามระบบ

          ชาวต่างชาติ 4 ราย เดินทางมาจากประเทศฝรั่งเศส, ปากีสถาน, โอมาน และคูเวต (รายสุดท้ายเคยมีประวัติติดเชื้อโควิด 19)  เข้ารับการกักตัวในสถานที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) 2 ราย และโรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) 2 ราย ผลพบเชื้อ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนตามระบบ

          นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีพบผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวานนี้ (28 พฤศจิกายน 2563) ทีมสอบสวนโรค ได้ทำการติดตามผู้สัมผัสและตรวจหาเชื้อ โดยทำการตรวจกลุ่มเสี่ยงสูงไปแล้ว 65 ราย ผลไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องกักตัวต่อจนครบ 14 วัน ซึ่งทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดสถานที่กักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และเน้นย้ำผู้สัมผัสทุกรายให้สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติจะถูกตรวจหาเชื้อซ้ำ และแยกกักในโรงพยาบาล สำหรับผู้สัมผัสที่กักกันตนที่บ้านจะมีการประสานให้ทางโควิดหมู่บ้านดูแลและประเมินจนกว่าจะครบ 14 วัน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก คอนโดและประชาชน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบบุคคลแปลกหน้าหรือพบผู้เดินทางที่ไม่ผ่านการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการภาครัฐ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการควบคุมป้องกัน สอบสวนโรค หากพบผู้ติดเชื้อจะสามารถนำส่งรักษาตามระบบได้อย่างทันท่วงที ไม่ให้มีการนำเชื้อมาแพร่สู่คนในประเทศ
เป็นวงกว้าง

      ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนคงยึดหลัก DMHT โดย D : Distancing เว้นระยะห่าง M : Mask wearing สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ  H : Hand washing ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และ T : Rapid Testing การตรวจเร็ว รักษาเร็ว ควบคุมโรคได้เร็ว และปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเกราะป้องกันโควิด 19 แก่ตนเองและคนรอบข้าง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัดและลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ ด้วยแพลตฟอร์มไทยชนะ ทุกครั้งที่ใช้บริการสถานที่/ร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงเฝ้าระวังสังเกตอาการป่วยของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ หากมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีอาการระบบทางเดินหายใจและมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที

*************************************  29 พฤศจิกายน 2563

***********************************


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 223 view
 วันที่ประกาศข่าว : 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16:14 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563

          สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย ทุกรายเป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ ตรวจพบที่ด่านควบคุมโรคเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังอาการ 1 ราย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ 2 ราย และเข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด 1 ราย  มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 8 ราย ทำให้ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,780 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 96.28 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 86 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.19 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,926 ราย

          รายละเอียดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ ได้แก่

          ชาวไทย 3 ราย

  • รายที่ 1 เป็นชาย อายุ 41 ปี เดินทางมาจากประเทศโมซัมบิก ต่อเครื่องบินที่เอธิโอเปีย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลตามระบบ
  • รายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 32 ปี เดินทางมาจากประเทศฟิลิปปินส์ เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลตามระบบ
  • รายที่ 3 เป็นหญิง อายุ 55 ปี เดินทางมาจากประเทศรัสเซีย พบจากการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรค
    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค (PUI) มีอาการไข้และเจ็บคอ ส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลตามระบบ

         ชาวต่างชาติ 1 ราย เป็นเพศชายอายุ 46 ปี สัญชาติอินเดีย เดินทางมาจากประเทศอินเดียเข้ากักตัวในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) ตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนโดยค่าใช้จ่ายคิดจากประกันโควิดที่ทำไว้ก่อนการเดินทาง

          นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า คาดว่าในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยจะเป็นประเทศลำดับต้นๆ ในโลกที่จะได้รับวัคซีนโควิด 19 มาฉีดให้กับคนไทย ทั้งนี้ มาจากการที่รัฐบาลได้ดำเนินการทุกวิถีทางรวมถึงสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพและปลอดภัยมาฉีดให้กับคนไทยโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามระหว่างการรอวัคซีน ขอให้ทุกคน “ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก” ร่วมสร้างวัคซีนตามธรรมชาติให้กับตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ อยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโควิด 19 และเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

*************************************  25 พฤศจิกายน 2563

*************************************************


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 261 view
 วันที่ประกาศข่าว : 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17:02 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563

          สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16 ราย ทุกรายเป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ ตรวจพบที่ด่านควบคุมโรคเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังอาการ 1 ราย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ 13 ราย เข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด 1 ราย และโรงพยาบาลทางเลือก 1 ราย มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 8 ราย ทำให้ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,788 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 96.09 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 94 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.38 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,942 ราย

          สำหรับรายละเอียดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้

           ชาวไทย 15 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา 1 ราย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย, คูเวต 1 ราย, กาตาร์ 1 ราย, สวีเดน 1 ราย, ตุรกี 9 ราย และสวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย ในจำนวนนี้เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) 13 ราย, ในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) 1 ราย ส่วนใหญ่ตรวจพบเชื้อไม่แสดงอาการ และพบจากการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค (PUI) 1 ราย ทุกรายส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลตามระบบ

          ชาวต่างชาติ 1 ราย เดินทางมาจากประเทศคูเวต เข้ากักตัวในโรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) ตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่กักตัวตามระบบ

          นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ พบว่ามีผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศจำนวนมาก ชี้ให้เห็นว่าหลายประเทศในโลกยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง การที่กระทรวงสาธารณสุขตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่เดินทางเข้าประเทศไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล หรือให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีระบบตรวจจับ เฝ้าระวังกักกันโรคที่เข้มแข็ง สามารถพบผู้ติดเชื้อได้ไว ป้องกันการนำเชื้อจากต่างประเทศมาแพร่ให้กับคนในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกได้ระบุว่ากว่าร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อเป็นผู้ที่ไม่แสดงอาการ และจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับรายงานนั้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจน้อยกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจริงอยู่มาก เนื่องจากบางรายไม่แสดงอาการหรือไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา ดังนั้น ขอความร่วมมือให้ทุกคนไม่ประมาท ป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้งที่อยู่ในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่างเท่าที่ทำได้ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และลงทะเบียนเข้า-ออก สถานที่ผ่าน “ไทยชนะ” ทุกครั้ง เพราะเมื่อหากพบผู้ติดเชื้อจะง่ายต่อการติดตามผู้สัมผัสเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังโรค

          นอกจากนี้ ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ทำให้อากาศเย็นและชื้น เชื้อไวรัสมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น อาจป่วยด้วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส และมักจะมีอาการป่วยใกล้เคียงกับโรคโควิด 19 ขอให้ทุกคนเฝ้าระวังสังเกตอาการป่วยของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ หากมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีอาการระบบทางเดินหายใจ และอาการสำคัญคือ “จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส” ภายหลังจากเดินทางไปในที่ชุมชน สถานที่แออัด ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที

*************************************  26 พฤศจิกายน 2563


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 316 view
 วันที่ประกาศข่าว : 26 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12:07 น.

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563

          สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย ทุกรายเป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ 5 ราย และเข้ากักตัวในสถานที่รัฐกำหนด 2 ราย มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 5 ราย ทำให้ผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,766 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 96.07  ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 94 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ ราย 2.4 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,920 ราย

          รายละเอียดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ ได้แก่

ชาวไทย 6 ราย โดย 5 ราย เดินทางมาจากเดนมาร์ก 1 ราย, สหรัฐอเมริกา 1 ราย, สหราชอาณาจักร 1 ราย, สาธารณรัฐคอซอวอ 1 ราย และการ์ต้า 1 รายเข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ทั้งหมด ตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาลตามระบบ ส่วนอีก 1 ราย เดินทางมาจากประเทศเยอรมนี เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดกำหนด (Alternative State Quarantine) ตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน โดยค่าใช้จ่ายคิดจากประกันโควิด 19 ที่ผู้เข้ารับการกักตัวทำไว้ก่อนเดินทางเข้าประเทศ

ชาวต่างชาติ 1 ราย เดินทางมาจากประเทศเลบานอน เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดกำหนด (Alternative State Quarantine) มีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน โดยค่าใช้จ่ายคิดจากประกันโควิด 19 ที่ผู้เข้ารับการกักตัวทำไว้ก่อนเดินทางเข้าประเทศ

       นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยได้เข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่แนวชายแดนทั้งในเขต 10 จังหวัดที่ติดกับประเทศเมียนมา และพื้นที่ชายแดนประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีช่องทางธรรมชาติที่อาจเกิดการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายได้ หลังพบว่าทั้ง 2 ประเทศมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการสุ่มตรวจหาเชื้อเชิงรุกตามในพื้นที่แนวชายแดนอยู่เป็นระยะ ทำให้สามารถตรวจพบและดักจับผู้ติดเชื้อที่เดินทางข้ามแดนเข้ามาได้อย่างทันท่วงที และส่งผู้ติดเชื้อกลับประเทศต้นทางหรือเข้าสู่ระบบการรักษา ป้องกันการนำเชื้อมาแพร่สู่คนในชุมชน นับเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยังคงสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยจากโควิด 19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ

       นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า เนื่องจากวันหยุดยาว 4 วันที่ผ่านมา ขอให้ทุกคนที่เดินทางกลับจากการท่องเที่ยวเฝ้าระวังสังเกตอาการป่วยของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ หากป่วยด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีอาการระบบทางเดินหายใจ อ่อนเพลีย และอาการเด่นของโรคโควิด 19 ที่องค์การอนามัยโลกระบุ คือ “จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส” ขอให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที

********************************* 23 พฤศจิกายน 2563

************************************


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 652 view
 วันที่ประกาศข่าว : 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13:52 น.