เมตตา เสียสละ รับผิดชอบ
Menu

 

 

 

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2563


รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)

ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2563

1. สถานการณ์ ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2563 ณ เวลา 08.00 น.                 

            1. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 278 ราย กลับบ้านแล้ว 43 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 322 ราย

         2. ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 19 มีนาคม 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 8,729 ราย คัดกรองจากทุกด่าน 325 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 8,404 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 5,404 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 3,325 ราย

         3. สถานการณ์ทั่วโลกใน 175 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 20มีนาคม 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 236,054 ราย เสียชีวิต 9,817 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 80,928 ราย เสียชีวิต 7,263 ราย

2.สธ.เผยพบผู้ติดเชื้อโคโรนา 2019 ใหม่เพิ่ม 50 ราย กลับบ้าน1 ราย

          กระทรวงสาธารณสุขเผยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 50 ราย กลับบ้าน 1 ราย เป็นชายชาวฝรั่งเศส ขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก งดเดินทางกลับภูมิลำเนา ให้กักกันตัวเองที่พักหรือที่บ้านอย่างเคร่งครัด

          ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 1 ราย เป็นชายชาวฝรั่งเศส อายุ 36 ปี จากสถาบันโรคทรวงอก และมีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 50 ราย  แบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้

          กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 41 ราย ได้แก่ สนามมวย 18 ราย ,สถานบันเทิง 5 ราย ,สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 12 ราย และกลุ่มที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาในประเทศมาเลเซีย 6 ราย

          กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 9 ราย ได้แก่ กลุ่มเดินทางกลับจากต่างประเทศ 4 ราย,กลุ่มที่ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมากหรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 2 ราย และรอผลสอบสวนโรคเพิ่มเติม 3 ราย

          นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสนามมวยและกลุ่มที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาในประเทศมาเลเซีย  ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว แต่ยังรอสอบสวนโรคเพิ่มเติม อีก 118 ราย  ทำให้ขณะนี้พบผู้ป่วยกระจายไปใน  24 จังหวัดทั่วประเทศ  พบผู้ป่วยมากที่สุดที่ กรุงเทพมหานคร  รองลงมา สมุทรปราการ, เชียงใหม่, ปัตตานี

          โดยสรุปวันนี้ มีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 43 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 278 ราย อาการหนัก 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 322 ราย

          ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังพบผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้สัมผัสกับกลุ่มสนามมวย และกลุ่มสถานบันเทิงอย่างต่อเนื่อง คาดว่ามีผู้สัมผัสจำนวนหลายคน อาจจะเริ่มทยอยป่วยภายใน 14 วัน ที่สำคัญกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ที่ไม่กักกันตัวเองดีพอจะนำเชื้อไปติดบุคคลอื่นรอบข้างอีกเป็นจำนวนมาก เป็นการเพิ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีกรุ่นหนึ่ง (Generation) และต้องเฝ้าระวังกลุ่มนี้ไปอีก 14 วัน และจะเกิดการถ่ายทอดเชื้อจากรุ่นสู่รุ่น ขยายเป็นวงกว้าง จากการไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

          ดังนั้น ขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่พบผู้ป่วยจำนวนมากในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ได้แก่ สนามมวย และ สถานบันเทิง (พนักงาน เจ้าหน้าที่ คนเที่ยว ผู้ชม) งดเดินทางกลับภูมิลำเนา ให้กักกันตัวเองที่พักหรือที่บ้านอย่างเคร่งครัด  งดทำงานหรือทำงานอยู่ที่บ้าน งดร่วมกิจกรรมทางสังคม ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้อื่น เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร แยกของใช้ แยกสำรับอาหาร  หากยังไม่มีอาการ ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ยังไม่ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ เนื่องจากหากยังไม่มีอาการป่วยโอกาสตรวจพบเชื้อจะน้อย และการตรวจไม่พบเชื้อในช่วงวันแรกๆ ที่สัมผัสผู้ป่วย ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ป่วย

3. คำแนะนำสำหรับประชาชน

             ขอความร่วมมือประชาชนทุกคน ตื่นตัว และรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia /และ “ไทยรู้ สู้โควิด” ทาง Twitter, Facebook, Line official, TikTok และChatBot 1422 ทาง ID : @COVID-19 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็คก่อนแชร์” ตรวจสอบข่าวลวงได้ที่ www.antifakenewscenter.com

************************************** 20 มีนาคม 2563


 จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ  เปิดดู 3636 view
 วันที่ประกาศข่าว : 20 มีนาคม 2563 เวลา 12:48 น.