เมตตา เสียสละ รับผิดชอบ
Menu
Open menu
Open menu

 

 

 

ฟื้นฟูวิชาการสำหรับพยาบาลเวชปฏิบัติ

วันที่ 8 – 12 มีนาคม 2564

1.  บริการปฐมภูมิในยุคที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19  การจัดบริการปฐมภูมิ(Primary Care) รับบริการสาธารณสุขด่านแรก

ใกล้ใจ ใกล้ชิด ใกล้บ้าน ดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ดูแลแบบต่อเนื่องไร้รอยต่อ ระหว่างหน่วยบริการและหน่วยบริการกับชุมชน การดำเนินการในระบบ

ปฐมภูมิ จัดหน่วยบริการให้มีระยะห่างที่เหมาะสม ควบคุมจุดเข้า – ออกที่มีการตรวจวัดอุณหภูมิ มีการลงชื่อ ทำความสะอาดจุดที่มีสัมผัสบ่อย จัดให้

มีสบู่ ใส่หน้ากากอนามัยในการให้บริการ

2.  การจัดการภาวะฉุกเฉินที่พบบ่อยในหน่วยบริการปฐมภูมิ 

     2.1  โรคพิษสุนัขบ้า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว หนู ลิง ค้างคาว การรักษา  ล้างแผล ยาฆ่าเชื้อ Tetanus vaccine Rabies

vaccine  Eric

     2.2  EYE injury แนะนำให้ใช้ EYE shield การปิดตาแน่นต้องระวัง infection

     2.3  Toxicology ผู้ช่วยเหลือต้องปลอดภัย มีอุปกรณ์ มีอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE เริ่มต้นการรักษาด้วย      A B C ก่อนเสมอ

     2.4  GI decontamination NG lavage ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากรับสารพิษ ห้ามทำ Corrosive

     2.5  โรคลมแดด Heat Stroke นำผู้ป่วยออกจากสิ่งแวดล้อมนั้น นอนราบ นอนยกขาสูง ถอดเสื้อผ้าออก       ใช้น้ำแข็งประคบ

3.  โรคหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรัง อาการ แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก เหนื่อย ใจสั่นหายใจลำบาก หมดสติ ภาวะ Palpitation ที่

ชวนสงสัยโรคหัวใจร้ายแรง คือ มีอาการใจสั่นเต้นช้า หรือเร็วจนเกือบหมดสติ ระหว่างใจสั่น          มีอาการร่วมรุนแรง เหงื่อออกชุ่ม หน้าซีด

แขนขาอ่อนแรง อาการถี่ขึ้น นานขึ้น

     3.1  หมดสติ(syncope)  เหตุพบบ่อย ตื่นเต้น ,ขาดน้ำ,ยาลดความดัน,เปลี่ยนอิริยาบถเร็ว,ปวดรุนแรง,ไอจามรุนแรง

     3.2  การตรวจไขมันเพื่อใช้ติดตามการรักษาไม่ต้อง NPO ดู LDL,non –HDL-c-target

     3.3  Simvastatin for NP ผู้ป่วยแต่ละรายอาจตอบสนองต่อกลุ่มยา statin แตกต่างกันไป บางราย ตอบสนองดีแม้ใช้ยาขนาด

ต่ำกว่าที่แนะนำ ไม่ควรใช้ simvastatin 80 มก.ไม่ควรใช้ simvas >10 มก.ต่อวัน เมื่อใช้ร่วมกับ verapamil

4.  แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง BP>=140/90 mmHg หาสาเหตุไม่พบ เป็นภาวะแทรกซ้อน

จากภาวะเจ็บป่วยอื่นๆ อาจเกิดจากยา

     คำแนะนำในการวัดความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยควรงดชา กาแฟ บุหรี่ การออกกำลังกาย เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนทำการวัด

ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ หรือ รับประทานอาหารก่อนวัด ขณะวัดความดัน ผู้ป่วยควรอยู่ในท่านั่ง เท้าบนพื้น นั่งพักสัก 5 นาทีก่อนทำการวัดแจ้งให้

ผู้ป่วยทราบถึงขั้นตอนการวัด เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นเต้นหรือกลัว cuff bladder ต้องพันรอบแขนอย่างน้อย 80 % วัดอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน

อย่างน้อย 2 นาที หากทำการวัด  2 ครั้ง แล้ว BP ที่ได้ต่างกัน

หลักการใช้ยาลดความดันโลหิต

          แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตร่วมกันเสมอ แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตร่วมด้วยเสมอ เริ่มยาเมื่อBP อยู่สูงกว่า

ระดับเป้าหมาย ในผู้ป่วยทั่วไป เลือกยาที่มีการศึกษาสนับสนุนว่าลดการเสียชีวิตหรือภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย HTN ได้ดีก่อน ผู้ป่วยบางรายอาจ

มีโรคร่วมที่ควรเลือกยาบางชนิดที่มีข้อมูลสนับสนุนการใช้ยา มากกว่ายากลุ่มอื่นๆ เริ่มยา 1-2 ตัว ในขนาดต่ำ และปรับขนาดยาขึ้นไปเรื่อยตาม BP

จนถึง maximum dose ที่แนะนำสำหรับยาตัวนั้นๆ เพิ่มยาอีกตัว หากไม่สามารถคุม BP ได้เมื่อถึง  maximum dose

5.  แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน เกณฑ์การวินิจฉัย

    -  HbA1c >=6.5%            

    -  FPG >=126 mg/dl

    -  classic symptoms +random plasma glucose >=200 mg/dl

ถ้าไม่มีอาการชัดเจน ควรตรวจวัดซ้ำ

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ <70 mg/dl ผู้ป่วยมีอาการของน้ำตาลในเลือดต่ำ และ อาการดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาด้วยน้ำตาล สาเหตุ

ในผู้ป่วยเบาหวาน  รับประทานอาหารคาร์โบไฮเตรตไม่เพียงพอ หรือ ไม่ตรงเวลา  ออกกำลังกาย หรือทำงานหนักมากเกินไป หรือ เครียดมาก

รับประทานยาขนาดสูงเกินไป

อาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ใจสั่น เหงื่อออก ชาตามริมฝีปากและลิ้น ปวดศรีษะ  เห็นภาพซ้อน หมดสติ 

การแก้ไขภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อเริ่มมีอาการเตือน ให้รับประทานคาร์โบไฮเดรท 15-20 กรัม เช่น ลูกอม 3-4 เม็ด น้ำผลไม้ 1 แก้ว

(120-150 ml) นม 1 แก้ว (240ml) น้ำอัดลม 1 แก้ว อีก 15 นาที  เช็ดน้ำตาลในเลือด หากยังต่ำอยู่ ให้รับประทานคาร์โบไฮเดรทอีก 15-20 กรัม

อีก 15 นาที ควรเช็คน้ำตาลในเลือด หากยังต่ำอยู่ ควรไปโรงพยาบาล

6.  การฟื้นฟูในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ความหมายของการฟื้นฟูสภาพ มุ่งหวังให้ผู้ป่วย/คนพิการ สามารถฟื้นคืนสภาพได้เร็ว

หลักสำคัญในการฟื้นฟูผู้ป่วย ดูแลเป็นทีม การประเมินผู้ป่วย การดูแลต่อเนื่อง ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วม

ปัญหาหัวไหล่ อาการแสดงที่พบบ่อย

ปวดไหล่ ข้อไหล่เคลื่อน(Shoulder subluxation) มีอาการปวด บวม ข้อไหล่ และข้อมือติด ข้อไหล่เคลื่อน  การจัดท่า ขณะนั่งควรมี

อุปกรณ์รองแขน และจัดท่าไหล่กางออก ข้อศอกและข้อมือเหยียด  ขณะนอน หากนอนตะแคงทับข้างอ่อนแรง ควรนอนในท่ากึ่งหงายกึ่งตะแคง

และไม่ทับบริเวณหัวไหล่ อุปกรณ์พยุงไหล่ ควรใส่ไว้ตลอดยกเว้นเวลานอน ขณะเคลื่อนย้ายต้องระวังการดึง การกระชาก หัวไหล่

ภาวการณ์กลืนลำบาก ประเมินเลือกอาหารที่เหมาะสม จัดท่ารับประทานอาหาร Oral Care การป้อนกันสูดสำลัก

การฟื้นฟูความจำ (Memory) ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยทุกครั้งก่อนทำกิจกรรม กระตุ้นให้ผู้ป่วยเล่าเหตุการณ์

7.  การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในโรคเรื้อรัง สำหรับพยาบาลเวชปฏิบัติ

การใช้ยา Metformin ควรใช้ยานี้เป็นอันดับแรกในผู้ป่วย เบาหวาน ชนิดที่ 2 ยกเว้นข้อห้ามใช้ ก่อนให้ยาควรตรวจค่า eGFR

ก่อนให้ ถ้าค่าไตไม่ดีควรตรวจซ้ำหากค่าไต น้อยกว่า 30 ควรห้ามใช้  ไม่ควรใช้ Gliben ในผู้ป่วยสูงอายุ และ eGFR น้อยกว่า 60 หากมีความ

จำเป็นต้องใช้ ให้ใช้ glipizide ก่อน หลักการใช้ยา ASA ควรประเมินค่า Thai CVD RISH Score ก่อน การใช้ piloglitazone เป็นยาชนิดที่ 3

เพิ่มเติมหลังจาก ใช้ MFM และSulfonylurea และเกิดsecondary failure

 

นางสาวอนุสรณ์  สุวรรณศร

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ