เมตตา เสียสละ รับผิดชอบ
Menu
Open menu
Open menu

 

 

รายงานสรุปผลการประชุม วิชาการ เชิงปฏิบัติการ ZOOM meeting

เรื่อง กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ประสบผลสำเร็จในกลุ่มโรคNCDs

ระยะเวลา ตั้งแต่15 มีนาคม 2564-19 มีนาคม2564

 โดยศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การนำไปใช้ ใช้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรังและเครือข่ายพร้อมปรับใช้กับกลุ่มเสี่ยง

สิ่งที่ต้องการสนับสนุน     – เครื่องวัดมวลไขมัน/สายวัดรอบเอว/เครื่องชั่งน้ำหนัก+วัดส่วนสูงแบบดิจิตอลทศนิยม3หลัก                                

Policy and Strategy on Prevention and Control of NCDs โดย รศ.นพ.สมบัติ มุ่งทวีพงษา

          สมาพันธ์เครือข่ายNCDแห่งประเทศไทย เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย

สาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกคือ

1.Cardiovascular disease

2.Chronic respiratory disease

3.Cancer

4.Diabetes

5.Mental health conditions

ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ

1.unhealthy diet    2.Tobacco use  3.air pollution  4. harmful use  5.physical inactivity

โดยในทุกๆ2วินาที ในกลุ่มอายุ 30-70 ปี จะเสียชีวิตจากheart  and lung disease  -stroke  -cancer and diabetes

และโดยสถิติ คนไทย3คนจะมี1คนที่อ้วนลงพุง ในเด็กทุกๆ10คน จะพบเด็กอ้วนอย่างน้อย2คน

แนวคิดการปรับเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงโรคเรื้อรังโดยการใช้ แนวคิด4*4*4

คือ 4กลุ่มโรคได้แก่ หัวใจและหลอดเลือด ปอดเรื้อรัง มะเร็ง เบาหวาน โดยการปรับ4พฤติกรรมเสี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ การ บริโภคอาหาร กิจกรรมทางกายที่เพียงพอ โดยเพื่อการเปลี่ยนแปลง4ด้าน  ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง น้ำหนักเกินและอ้วน      

ซึ่งในแต่ละพฤติกรรมจะมีมาตรการป้องกันและควบคุมคอยกำกับทุกระดับตั้งแต่ระดับบุคคลจนถึงระดับองค์กร เช่น มาตรการการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามการโฆษณาสุรา มาตรการการเก็บภาษีน้ำตาลและโซเดียมในอาหาร เป็นต้น

การประเมินและการติดตามภาวะสุขภาพในกลุ่มโรค NCDs

          6โรคNCDs ที่เกิดจาก พฤติกรรม ของตัวเองคือ โรคอ้วนลงพุง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง

โดยความต้องการของผู้รับบริการคือ ต้องการลดไขมัน+น้ำหนัก โรคเรื้อรังต้องการควบคุมได้ กลุ่มสุขภาพดีต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ และต้องการสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือดที่ดี

โดยเป้าหมายในการสอนและทำกิจกรรมต้องสอนให้ผู้ป่วยสามารถจับชีพจรและควบคุมความเหนื่อยในการออกกำลังกายได้ ในแต่ละบุคคลมีเป้าหมายแตกต่างกันโดยต้องใช้หลักการSOAP และการกำกับติดตามภาวะสุขภาพ

          หลักการออกกำลังกายคือออกด้วยความหนัก50-85%ของอัตราเต้นหัวใจสูงสุด คำนวณจาก 220-อายุ*%ความหนักของการออกกำลังกาย โดยอัตราเต้นของหัวใจที่ปกติขณะพักอยู่ที่60-90ครั้งต่อนาที และเมื่ออกกำลังกายจะเต้นถี่ขึ้น100-135ครั้งต่อนาที (มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์)

หลักการประเมินพลังงานและสัดส่วนสารอาหารในกลุ่มโรคNCDs การติดตาม การประเมินภาวะโภชนาการในกลุ่มโรคNCDs

          การประเมินค่าดัชนีมวลกาย โดยปกติ18.5-22.9 แต่ในผู้สูงอายุสามารถให้23-24.9

การวัดเส้นรอบเอว(หญิง80cms ชาย90cms)และการวัดไขมันในช่องท้อง(หญิง 1-5 ชาย 3-9.5)

การประเมินมวลไขมันและมวลกล้ามเนื้อในร่างกาย

การประเมินพลังงานและสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน

เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะอ้วนลงพุง

ผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ร่วมกับความผิดปกติปัจจัยเสี่ยง2ใน4ข้อต่อไปนี้

1.ความดันโลหิตสูง130/85มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป

2.น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารสูง100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป

3.ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูง150มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป

4.ระดับHDL น้อยกว่า40มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ชายหรือน้อยกว่า50มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้หญิง

การกำหนดเป้าหมายสำหรับการลดน้ำหนัก

1.กำหนดโยใช้ค่าน้ำหนักตัวที่เหมาะสมตามความพึงพอใจของตนเอง ที่เป็นได้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

2.กำหนดโดยใช้ค่าดัชนีมวลกายในช่วงเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียง เหมาะสำหรับวัยรุ่นและวัยทำงาน

การประเมินพลังงานที่ควรได้รับจากอาหารจากเครื่องวัดมวลไขมัน

กำหนดจากค่าพลังงานขณะพัก(RM)จากเครื่องวัดมวลไขมัน โดยนำค่าพลังงานขณะพัก+พลังงานที่ใช้ในกิจกรรมทั้งวัน(ประมาณ200-500แคลอรี)

การกำหนดสัดส่วนของสารอาหารที่ให้พลังงานในกลุ่มโรคNCDs

1.กลุ่มที่มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือด ควรกำหนดพลังงานและสัดส่วนcarbohydrate ให้เหมาะสมกับภาวะร่างกายประมาณ40-50% ของพลังงานทั้งวัน

2.กลุ่มที่มีปัญหาระดับไขมันในเลือดและระดับความดันโลหิตควรกำหนดพลังงานและสัดส่วนโปรตีนและไขมันให้เหมาะสมกับภาวะร่างกายโดยกำหนดโปรตีน15-30%และไขมัน25-30%ของพลังงานทั้งวันร่วมกับจำกัดโซเดียม

เน้นการเลือกประเภทและการประกอบอาหารที่เหมาะสมเป็นสำคัญและสัดส่วนของสารอาหารขึ้นอยู่กับอายุ เพศ กิจกรรมและภาวะสุขภาพ

การพัฒนาเครือข่ายแกนนำชุมชนอย่างไรให้มีคุณภาพ

เป้าหมายหลักของการพัฒนาเครือข่ายแกนนำชุมชน

-ได้คนในพื้นที่มาเป็นแกนนำ

-เต็มใจทำงานด้านนี้

-เป็นคนโน้มน้าวคนให้มีส่วนร่วมได้

-เสียสละ ทำงานเพื่อส่วนรวม

แกนนำที่คนในชุมชนต้องการ

-กล้าคิด กล้าทำ กล้าเสี่ยง

-ไม่จำเป็นต้องมีความรู้สูง

-ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ชุมชน

-ใจซื่อ มือสะอาด

-เป็นหญิงหรือชายก็ได้

-กล้าทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

โดยการใช้SECI MODEL

Socialization (Tacit—>Tacit)—>Externalization(Tacit—>Explicit)—>Combination(Explicit—>Explicit)—>Internalization(Explicit—>Tacit) ) หมุนเป็นรอบไปเรื่อยๆ

การพัฒนานวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพในงานบริการของกลุ่มโรคNCDs

นวัตกรรมคืออยู่ในขั้นการนำไปใช้ในกลุ่มย่อยเพียงบางส่วนเมื่อแพร่หลายนำเอาไปปฏิบัติกันในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาจะกลายเป็น เทคโนโลยี

นวัตกรรมประกอบด้วย2P2S1I

2P คือ Product  Innovation +Process  Innovation

2sคือ Searching+Selecting+

1 I คือImplementing จนเกิดเป็นInnovation

นวัตกรรมยุคดิจิทัล กับการสร้างเสริมสุขภาพในการจัดการดูแลNCDs

เพื่อ การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันความเจ็บป่วย

การควบคุมและจัดการความเจ็บป่วยด้วยตนเอง

การฟื้นสภาพ

การป้องกันความพิการ

ลดภาระในการดูแล ประหยัดคน ประหยัดเวลา ประหยัดเงิน

โดยบทบาทพยาบาลจะเป็นผู้ใช้และผู้ผลิต นวัตกรรม

หลักการออกกำลังกายในผู้ที่มีปัญหาปวดเข่าและหลัง

การออกกำลังกายนาราบำบัด ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและง่ายขึ้นช่วยลดแรงกระแทกและบรรเทาความเจ็บปวดขณะฝึกและเคลื่อนไหวในน้ำ

ผลของธาราบำบัดต่อการทำงานของร่างกาย

ระบบไหลเวียน ขณะแช่ในน้ำจะมีแรงดันมากระทำต่อร่างกายมีผลทำให้การไหลเวียนเลือดกลับสู่หัวใจเพิ่มมากขึ้นขณะเดียวกันเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจก็เพิ่มมากขึ้นเป็นการส่งเสริมให้ระบบไหลเวียนโลหิตสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายเพิ่มขึ้น

ระบบหายใจ ขณะแช่น้ำที่ความลึกระดับอก ทำให้ทรวงอกมีปริมาตรลดลงกว่าปกติและต้องใช้แรงในการหายใจเข้าเพิ่มขึ้นร่างกายต้องใช้พลังงานในการหายใจเพิ่มมากขึ้น และช่วงหายใจเข้าต้องใช้กล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นจึงนำไปประยุกต์ใช้ในการฝึกพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหายใจ

ระบบต่อมไร้ท่อ การออกกำลังกายน้ำจะทำให้ปริมาณโลหิตผ่านไตได้มากขึ้นเป็นการส่งเสริมให้ไตสามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้มากขึ้น

ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ขณะอยู่ในน้ำจะมีแรงพยุงของน้ำพยุงร่างกายทำให้น้ำหนักตัวลดลงส่งผลให้น้ำหนักที่กระทำต่อกระดูกและข้อลดลงเป็นการลดและป้องกันการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

Exercise Prescription for NCD

ความสมบูรณ์แข็งแรงทางร่างกาย(Physical Fitness)

 สุขภาพที่แข็งแรง   สมรรถภาพทางทักษะ
 Cardiorespiratory Enduranc  Agility
 Muscular Strength  Balance
 Muscular Endurance  Coordination
 Flexibility  Power
 Body Composition  Response Time
   Speed

General Principles of Exercise Prescription

          Physical Activity

          Exercise

          Sport

          Dose/Dosage โดยประกอบด้วย Frequency+ Duration+ Intensity

ความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อ(Health Literacy for NCDs)

ประกอบด้วย cognitive and social skill +access+understand+use เพื่อเป้าหมายการเลือกใช้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

แนวคิดทฤษฎีการส่งเสริมและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ประยุกต์ใช้อย่างไรให้ได้ผล

พฤติกรรมสุขภาพ หมายถึงการกระทำหรือการปฏิบัติของบุคคลที่มีผลต่อสุขภาพซึ่งเป็นผลจากการเรียนรู้ของบุคคลเป็นสำคัญ โดยแสดงออกให้เห็นได้ในลักษณะของการกระทำและไม่กระทำในสิ่งที่เป็นผลต่อสุขภาพหือผลเสียต่อสุขภาพ

ประเภทของพฤติกรรมสุขภาพ

-พฤติกรรมการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ

-พฤติกรรมเมื่อเจ็บป่วย

-พฤติกรรมที่เป็นบทบาทของการเจ็บป่วย

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและการปรับเปลี่ยนสุขภาพ

-ทฤษฎีการส่งเสริมสุขภาพของPender

-ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเรม

-ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ

-ทฤษฎีการกระทำตามแผนและการกระทำด้วยเหตุผล

-ทฤษฎีการสร้างเสริมพลังอำนาจ

-ทฤษฎีระยะการเปลี่ยนแปลง

-ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตน

-ทฤษฎีInformation Motivation Behavior

-ทฤษฎีการจัดการตนเอง

การประยุกต์ใช้ทฤษฎี

-เพิ่มการรับรู้ประโยชน์

-ขจัด/ลดอุปสรรค

-สร้างความเชื่อมั่นในความสามารถ

-สร้างความรู้สึกเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

-จุดเริ่มต้นอย่ามุ่งการทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการเปลี่ยนพฤติกรรม

หลักคิดร่วมของทฤษฎีการส่งเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

-ที่จะให้ความรู้

-ควรคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล

-คำนึงถึงบริบทรอบข้างและค้นหาsignificant other เสมอ

-มุ่งเน้นที่การปรับกระบวนการคิด การควบคุม และเปลี่ยนมุมมองโดยใช้กลวิธีที่หลากหลายและยืดหยุ่น

-พฤติกรรมเป็นสิ่งที่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต้องมีความต่อเนื่องและใช้กลวีที่เฉพาะเจาะจงเพื่อคงพฤติกรรมนั้นไว้

-การใช้ทฤษฎีเป็นฐานสามารถประยุกต์ใช้ได้มากกว่า1ทฤษฎี

 

(นางสาวอนุสรณ์  สุวรรณศร)

พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ